“ปกติ” คนธรรมดาอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็คงอยากจะคิดดีทำดีอยู่แล้ว แต่บางครั้งการทำความดีมันยากเย็นแสนเข็ญเกินไป แค่เพียงจะตักบาตรยังต้องลากสังขารตื่นเช้าขึ้นมาอีก บางครั้งเห็นมี forward mail ต้องการตามหาคนหาย ก็ไม่รู้จะไปช่วยตามหาได้ยังไง บางทีเห็นกล่องรับบริจาคก็ไม่รู้อีกว่าของจริงหรือของปลอม และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้คุณไม่ได้ทำบุญทำทานซะที ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะมีบางอย่างที่ตรงใจท่าน หรือหากท่านคิดว่าที่กล่าวมาเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับท่าน การทำบุญเป็นเรื่อง ๆ ง่าย ๆ ผมก็ขอชื่นชมท่านด้วยความจริงใจครับ
เอาล่ะไม่ว่าท่านจะอายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร หรือมีรายได้มากหรือน้อย (ยกเว้นบางคนที่จะกล่าวต่อไป) ผมมีวิธีการทำบุญที่ง่าย และประหยัดที่สุดวิธีหนึ่งมานำเสนอ แต่ก่อนอื่นขอเล่าย้อนหลังไปก่อนว่าผมรู้จักการทำบุญแบบนี้ได้อย่างไร
การทำบุญรูปแบบนี้มีมายาวนานแล้ว แต่เมื่อก่อนการทำบุญแบบนี้ยังไม่ค่อยมี “ประสิทธิภาพ” เท่ากับปัจจุบัน เพราะมันเติบโตขึ้นมาตามวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่นั่นเอง การทำบุญแบบนี้เริ่มนิยมมากขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว สังเกตจากคนที่ผมรู้จักเริ่มทำบุญแบบนี้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่คุณแม่และอาม่าของผมเอง รวมทั้งศิลปิน ดารา นักร้องในวงการบันเทิงบ้านเรา (อะไรที่ดาราทำมักจะกลายเป็นกระแสในเวลาต่อมาตามความคิดของผมเอง) ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็ตั้งใจไว้ว่าผมจะทำบุญแบบนั้นบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสแล้วก็ลืมไปนาน จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีพี่ ๆ ที่บริษัทได้ไปทำบุญแบบนี้แล้วมาเล่าให้ฟังก็เลยนึกขึ้นมาได้ เมื่อได้โอกาสก็เลยใช้โอกาสนั้นไปทำบุญซะเลย
ถึงตรงนี้หลายคงคงยังงง ๆ อยู่ว่าการทำบุญที่ว่านั้นคืออะไร ขอเฉลยเลยละกันว่าการทำบุญที่ว่าคือการ บริจาคอวัยวะ เพื่อนำไปใช้ในการปลูกถ่ายให้ผู้อื่นที่ต้องการนั่นเอง พอเฉลยแล้วหลายคนคงร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาทันที ใช่แล้วครับการบริจาคอวัยวะตามที่ท่านคิดนั่นแหละทั้งง่าย สะดวก และประหยัด(เงินในกระเป๋า) แต่ผลลัพธ์ของมันจะทำให้มีผู้ได้รับประโยชน์มากมายยามที่เค้าเหล่านั้นจำเป็นอีกด้วย ถ้าถามว่าง่าย สะดวก และประหยัดยังไง ผมก็จะขอตอบสั้น ๆ เลยว่า “ง่าย” ก็คือ ทำง่ายเขียนกระดาษแค่ใบเดียว แล้วก็รอเวลาที่อวัยวะเหล่าันั้นจะถูกเอาไปใช้งานหลังจากที่สมองของเราตายไปแล้ว “สะดวก” ก็คือ มีหลายช่องทางให้ได้บริจาคกันทั้งไปบริจาคด้วยตัวเอง หรือกรอกข้อมูลแล้วส่งไปทางไปรษณีย์ ส่วน “ประหยัด” ก็คือ คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย
ส่วนอวัยวะที่สามารถบริจาคได้ ประกอบไปด้วย หัวใจ, ลิ้นหัวใจ, ปอด, ตับ และไต รวมถึงดวงตา (ต้องแจ้งความจำนงบริจาคแยกจากอวัยวะอื่น ๆ)
มาดูขั้นตอนการบริจาคอวัยวะกันนะครับ
แบบที่ 1: บริจาคง่าย ๆ แบบอยู่กับบ้าน
เพียงแค่ download ใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ จากเว็บไซต์ http://www.organdonate.in.th กรอกข้อมูลแล้วส่งไปที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 จากนั้นก็รอบัตรประจำตัวผู้บริจาคส่งกลับมาที่บ้านเท่านั้นเอง
แบบที่ 2: บริจาคทันทีถึงที่
ไปที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย (อาจจะไปที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติที่อยู่ใกล้ ๆ กันถ้าศูนย์ฯ ปิด) หรือจะไปที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ จากนั้นทำตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ คุณก็จะได้รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคทันที
ส่วนที่บุคคลที่เป็นข้อยกเว้นไม่สามารถบริจาคอวัยวะได้ที่ได้กล่าวไว้ในตอนแรก คือคนที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- อายุเกิน 60 ปี
- ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
- ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
- ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
ถึงตอนนี้ทุคนคงได้รู้วิธีการบริจาคอวัยวะและบุคคลที่ยกเว้นแบบคร่าว ๆ แล้วนะครับ ต่อไปนี้จะกล่าวถึงการนำอวัยวะที่เราบริจาคไปปลูกถ่ายให้ผู้อื่น หลังจากที่เราได้บัตรประจำตัวผู้บริจาคแล้วให้เก็บบัตรนั้นไว้กับตัวเองตลอด เมื่อเราเกิดภาวะสมองตายญาติพี่น้อง หรือคนอื่น ๆ จะโทรไปแ้จ้งสภากาชาดไทยภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อมารับอวัยวะที่ได้รับบริจาคไปปลูกถ่ายให้ผู้อื่นตามเกณฑ์ในการจัดสรรอวัยวะ ส่วนที่เหลือจะถูกส่งกลับมาให้ญาติมาทำพิธีกรรมต่อไป (ดังนั้นควรบอกให้ญาติพี่น้องทราบเมื่อเราได้บริจาคอวัยวะไปแล้วด้วย)
ถ้าท่านอยากให้ร่างกายของท่านได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดลองทำแบบผมก็ได้ครับ คือ บริจาคอวัยวะทุกส่วน, บริจาคดวงตา และบริจาคร่างกาย (เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และการวิจัยทางการแพทย์) ส่วนลำดับการนำไปใช้งาน (เท่าที่ผมได้ถามเจ้าหน้าที่มานะครับ) คือ เค้าจะเอาอวัยวะรวมถึงดวงตาไปใช้ก่อน แต่ถ้าไม่ถูกนำไปใช้ก็จะนำร่างกายไปใช้เพื่อการศึกษาต่อไป
ท้ายที่สุดหวังว่าคนทุกคนรวมถึงตัวผมเองด้วย (ไม่ว่าจะเคยทำบุญหรือทำบาปมามากน้อยเพียงใด) จะได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทำความดีเพิ่มขึ้น ทำบาปน้อยลง อุทิศบุญกุศลให้กับทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามนะครับ



